ความเป็นมา (สรุป)
สูจิบัตรพิธีเปิดศูนย์ศิลปวัฒนธรรม (ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม, 2537) เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2537
ได้บันทึกว่าศูนย์ศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏนครศรีธรรมราช เป็นที่รู้จักในชื่อ
“ศูนย์วัฒนธรรมภาคใต้ วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช” มีพัฒนาการต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ. 2519
โดยมีบทบาทสำคัญด้านการทำนุบำรุงและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น
ผ่านการเก็บรวบรวม ศึกษา ค้นคว้า วิจัย และเผยแพร่องค์ความรู้ของนครศรีธรรมราชและพื้นที่ใกล้เคียง
ลำดับเหตุการณ์สำคัญ
พ.ศ. 2514
เริ่มกิจกรรมรวบรวม/ค้นคว้าศิลปวัตถุและเครื่องใช้ชาวบ้านภาคใต้ โดยหมวดวิชาภาษาไทย
จัดนิทรรศการชั่วคราวในห้องสมุดหมวดภาษาไทย
พ.ศ. 2519
ได้รับงบจากกองวัฒนธรรมกรมการศาสนา จัดนิทรรศการ “ชีวิตไทยปักษ์ใต้”
ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร (กันยายน 2519) และเกิดการตั้ง “หน่วยประเคราะห์ศูนย์ชุมนุมส่งเสริมวัฒนธรรมไทย”
พ.ศ. 2521
ตั้ง “ศูนย์วัฒนธรรมภาคใต้ วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช” รับงานต่อจากหน่วยประเคราะห์
พ.ศ. 2523
เปลี่ยนชื่อเป็น “ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาวัฒนธรรม วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช”
(ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ 20 พ.ค. 2523)
พ.ศ. 2522
อาคารสำนักงานและพิพิธภัณฑ์ระยะแรก ณ อาคาร 9 ชั้น 2–3 เปิดป้ายอาคาร 24 พ.ย. 2522
พ.ศ. 2531–2536
ดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารถาวร (วางศิลาฤกษ์ 29 ม.ค. 2531) และก่อสร้างแล้วเสร็จ 7 ก.พ. 2536
5 ต.ค. 2537
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารศูนย์ศิลปวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการ
พ.ศ. 2538
ภายใต้ พ.ร.บ. สถาบันราชภัฏ 2538 มีการปรับโครงสร้าง เปลี่ยนเป็น “สำนักศิลปวัฒนธรรม”
พ.ศ. 2547
ภายใต้ พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยราชภัฏ 2547 ปรับโครงสร้างหน่วยงานรวมเข้ากับ “สถาบันวิจัยและพัฒนา”
และยังคงภารกิจสำคัญด้านศิลปวัฒนธรรมต่อเนื่อง
วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมภาคใต้
- เพื่อทำนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้านภาคใต้
- เพื่อเป็นศูนย์กลางในการศึกษาค้นคว้าวิจัยศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านภาคใต้
- เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานทางศิลปวัฒนธรรมกับหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง
- เพื่อศึกษาค้นคว้าหาทางนำเอาเครื่องสื่อสารชาวบ้านมาใช้พัฒนาเยาวชนและคุณภาพชีวิตชุมชน
- เพื่อส่งเสริมและฟื้นฟูศิลปะหัตถกรรมพื้นบ้าน เพิ่มรายได้แก่ครอบครัว พร้อมอนุรักษ์เอกลักษณ์
- เพื่อศึกษาค้นคว้า/อบรม ส่งเสริมจริยธรรมและค่านิยมที่เหมาะสมแก่เยาวชน
- เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ผลผลิตชาวบ้านให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมและตลาด
- เพื่อขยายคลังข้อมูลทางวัฒนธรรมพื้นบ้านให้สมบูรณ์และมีคุณภาพยิ่งขึ้น
- เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและสร้างทัศนคติที่ดีต่อวัฒนธรรมไทย
- เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางวัฒนธรรมทุกสาขาภายในสถานศึกษาและสังคมภายนอก
- เพื่อจัดทำเอกสาร/เผยแพร่วัฒนธรรมพื้นฐานภาคใต้ผ่านสื่อต่างๆ
- เพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของภาคใต้
- เพื่อประสานงานกับแหล่งศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านให้มีการแลกเปลี่ยนถ่ายทอด
- เพื่อเป็นแหล่งให้ข้อมูลศิลปวัฒนธรรมที่ถูกต้องแก่ชุมชน
- เพื่อกระตุ้นให้ชุมชนในภาคใต้เห็นคุณค่าและสนใจศึกษาวิจัยภูมิภาคของตน
- เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนให้เข้าใจสังคมของตน และนำไปพัฒนาสังคมได้จริง
- เพื่อส่งเสริมให้ศิลปินพื้นบ้านถ่ายทอดความรู้ความสามารถแก่อนุชน
- เพื่อเตรียมการเปิดสอนหลักสูตรวัฒนธรรมไทยในวิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช (ตามแนวคิดในอดีต)
ภารกิจของศูนย์ศิลปวัฒนธรรมภาคใต้
- ศึกษาค้นคว้าและวิจัยงานด้านวัฒนธรรม
- อนุรักษ์ ส่งเสริม พัฒนา และเผยแพร่วัฒนธรรม
- ส่งเสริม ฟื้นฟู และเผยแพร่งานประเพณีท้องถิ่น
- ฝึกอบรมวิทยากรและบุคลากรด้านวัฒนธรรม
- จัดดำเนินการพิพิธภัณฑ์ทางวัฒนธรรมท้องถิ่น
ข้อมูลทางวัฒนธรรมจากแหล่งต่างๆ
- ผลงานของนักศึกษาจากรายวิชาภาษาไทย/คติชนวิทยา/วรรณกรรมท้องถิ่น และรายวิชาอื่น ๆ
- การปฏิบัติภาคสนามและการศึกษาค้นคว้าของครูอาจารย์กรรมการศูนย์วัฒนธรรมภาคใต้
- วิทยากรและผู้สนับสนุนกิจกรรมทางวัฒนธรรมจากหลายอาชีพ (ส่วนใหญ่ได้มาจาก “น้ำมิตร” มากกว่า “น้ำเงิน”)
โครงการก่อสร้างอาคารถาวรของศูนย์วัฒนธรรมภาคใต้
ศูนย์วัฒนธรรมภาคใต้ได้ดำเนินการศึกษาค้นคว้าประวัติบุคคลสำคัญของชาติ ซึ่งต่อมานำไปสู่การเผยแพร่ผลงาน
การจัดนิทรรศการ สื่อโทรทัศน์ และการจัดพิมพ์หนังสือ รวมถึงการต่อยอดโครงการเพื่อจังหวัดนครศรีธรรมราช
จนเกิดแนวคิดขยายที่ทำการเป็นอาคารถาวรรองรับภารกิจและเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด
อาคารหลังที่ 1
เรือนไทยภาคใต้จำลอง อายุราว 150–200 ปี แสดงวิถีชีวิตชาวภาคใต้ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ทางมนุษยวิทยา
อาคารหลังที่ 2
ห้องสำนักงาน ห้องผลิตสื่อ คลังข้อมูล ห้องบรรยาย (ประมาณ 100 คน) โรงละครเปิด ร้านของที่ระลึก และห้องนิทรรศการต่าง ๆ
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหน่วยงาน
- พ.ศ. 2538: ปรับโครงสร้างตาม พ.ร.บ. สถาบันราชภัฏ เปลี่ยนเป็น “สำนักศิลปวัฒนธรรม”
- พ.ศ. 2547: ปรับโครงสร้างตาม พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยราชภัฏ รวมหน่วยงานเดิมเข้าสังกัด “สถาบันวิจัยและพัฒนา”
- ปัจจุบัน: ยังคงภารกิจหลักด้านการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง